วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2554

มะเร๊ง


มาทำความรู้จักกับมะเร็งกันก่อน

มะเร็ง คือ กลุ่มของโรคที่เกิดเนื่องจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติ ที่ DNA หรือสารพันธุกรรม ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโต มีการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์รวดเร็ว และมากกว่าปกติ ดังนั้นจึงอาจทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติ และในที่สุดก็จะทำให้เกิดการตายของเซลล์ในก้อนเนื้อนั้น เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยงเพราะการ เจริญเติบโตของหลอดเลือด ถ้าเซลล์พวกนี้เกิดอยู่ในอวัยวะใดก็จะเรียกชื่อ มะเร็ง ตามอวัยวะนั้นเช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น เท่าที่มีรายงานไว้ในขณะนี้ มะเร็งที่พบในร่างกายมนุษย์มีมากกว่า 100 ชนิด มะเร็งแต่ละชนิดจะมีการ ดำเนินของโรคไม่เหมือนกัน เช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง จะมีการดำเนินชนิดของโรคที่รุนแรง ผู้ป่วยจะมีชีวิตการอยู่รอดสั้นกว่าผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง ดังนั้นการรักษามะเร็งแต่ละชนิดจะไม่เหมือนกัน มีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เป็นมะเร็ง ระยะของมะเร็ง สภาพร่างกาย และความเหมาะสมของผู้ป่วยมะเร็ง การรักษาจะยากหรือง่ายนั้นก็ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งและการดำเนินโรคของมะเร็งด้วย เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งผิวหนัง รักษาง่ายกว่า มะเร็งปอด มะเร็งสมอง เป็นต้น

มะเร็ง เป็นโรคร้ายติดอันดับที่คร่าชีวิตประชากรโลกมาแล้วอย่างมากมาย ซึ่งมะเร็งบางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้ถ้าตรวจพบในระยะเริ่มแรก สำหรับการเกิดโรคมะเร็งนั้นมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องอยู่หลายประการ ทั้งจากภายในร่างกาย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรมและจากสิ่งแวดล้อมภายนอกร่างกาย เช่น สารเคมี รังสี ไวรัส พยาธิบางชนิด ตลอดจนความไม่สมดุลทางภาวะโภชนาการ จากการศึกษาพบว่าอาหารอาจมีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งได้ประมาณ 30-50% แต่ในขณะเดียวกัน อาหารประเภท พืชผักผลไม้ ธัญพืช และเครื่องเทศต่าง ๆ ก็มีคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็งได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการ จึงเป็นหนทางหนึ่งซึ่งสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้


ขั้นตอนการเกิดมะเร็ง

การเกิดมะเร็งมี 3 ระยะคือ
1.ระยะเริ่มกำเนิด (Initiation) : ได้รับสารก่อมะเร็งแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีความผิดปกติแสดงออกมา
2.ระยะส่งเสริม (Promotion) : มีสารกระตุ้นอื่น(Promotor) ที่กระตุ้น Growth Factorทำให้เริ่มมีการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
3.ระยะก้าวหน้า (Progression) : เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้ง DNA และรูปร่างจะมีลักษณะที่เปลี่ยนไป
เมื่อปล่อยให้ อนุมูลอิสระ (Free radical) เกิดขึ้นมากเกินไปในบริเวณใกล้นิวเคลียสของเซลล์จะมีผลทำให้เกิดการชำรุดบริเวณที่สำคัญของดีเอ็นเอขึ้น แถบดีเอ็นเอของนิวเคลียสนั้นจะไม่มั่นคงเมื่อมีการแบ่งตัวโดยมีการคลายและยืดตัวขณะนั้น นี่คือระยะเริ่มต้น (Initiation) ของการเป็นมะเร็ง แต่ก็มีการซ่อมแซมโดยระบบของร่างกายเกิดขึ้น หากมีอนุมูลอิสระ ออกซิเดตีฟ สเตรส (Oxidative stress) เกิดขึ้นมาก ความเสียหายย่อมมีมากจนระบบซ่อมแซมทำได้ไม่ทัน เกิดการกลายพันธุ์ (mutation) ขึ้น อนุมูลอิสระยังสามารถทำลายโครงสร้างทางพันธุกรรมของดีเอ็นเอทั้งหมดทำให้เซลล์เติบโตผิดปกติ เมื่อเซลล์สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทนของเก่าจะเป็นพันธุ์ที่กลายไปแล้วและผิดปกติไปเรื่อยๆ เมื่อยังได้รับอนุมูลอิสระและ ออกซิเดตีฟ สเตรสอยู่ เซลล์ที่กลายพันธุ์อยู่แล้วจะได้รับความเสียหายมากขึ้น เซลล์เหล่านี้ก็เริ่มที่จะเติบโตโดยปราศจากการควบคุมไร้ทิศทาง แยกตัวเป็นอิสระ ซึ่งเข้าระยะส่งเสริม (Promotion) เมื่อยังได้รับอนุมูลอิสระต่อไป ความเสียหายก็จะมากขึ้นจากเซลล์ที่เป็นภาวะก่อนการเป็นมะเร็งได้ กลายเป็นมะเร็งเต็มขั้น ซึ่งเป็นระยะก้าวหน้า (Progresssion) และมีโอกาสแพร่กระจายได้

อาการมะเร็ง? มะเร็งไม่สามารถโดนตรวจพบด้วยเครื่องมือใดๆในขณะที่เซลเริ่มผิดปกติ
เมื่อตรวจพบแสดงว่าคุณเป็นมะเร็งแล้ว
และจะแสดงอาการมะเร็งอย่างชัดเจนในขั้นท้ายๆของโรค

การเกิดมะเร็งมีหลายขั้นตอน ในวัยผู้ใหญ่อาจใช้เวลาในการพัฒนาการของมะเร็ง 20 ถึง 30 ปี ในวัยเด็กจะใช้เวลาเร็วกว่า การเกิดมะเร็งเริ่มต้นจากการกลายพันธุ์ของDNA จนกระทั่งเป็นมะเร็งเต็มขั้น อนุมูลอิสระเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการชำรุดของDNAในยีน การกลายพันธุ์ของเซลในขั้นเริ่มต้นจะไม่มีอาการมะเร็งใดๆแสดงออกมาจึงทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นมะเร็ง แม้การแพทย์และเครื่องมือทางการแพทย์จะทันสมัยมากขึ้นแต่ก็ไม่สามารถตรวจพบการผิดปกติของเซลในตอนเริ่มต้นได้ เมื่อแพทย์วินิจฉัยมะเร็งได้มักจะเป็นขั้นท้ายๆของการเป็นมะเร็งซึ่งเป็นช่วงที่เป็นมากจนแสดงอาการมะเร็งออกมา

อาการมะเร็งและการแสดงของโรคมะเร็ง

1.ไม่มีอาการมะเร็งใดเลยในช่วงแรกขณะที่ร่างกายมีเซลล์มะเร็งเป็นจำนวนน้อย
2.มี อาการอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นสัญญาณอันตรายเตือนว่าควรไปพบแพทย์เพื่อการ ตรวจค้นหาโรคมะเร็ง หรือสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้มีสัญญาณเหล่านี้เพื่อการรักษาและแก้ไขทางการแพทย์ที่ถูกต้องก่อน ที่จะกลายเป็นโรคมะเร็ง หรือเป็นมะเร็งระยะลุกลาม
3.มีอาการป่วยของโรคทั่วไป เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ร่างกายทรุดโทรม ไม่สดชื่นแจ่มใส
4.มี อาการที่บ่งบอกว่า มะเร็งอยู่ในระยะลุกลาม หรือเป็นมาก ขึ้นอยู่กับว่าเป็นมะเร็ง ชนิดใดและมีการกระจายของโรคอยู่ที่ส่วนใดของร่างกายที่สำคัญที่สุดของอาการ ในกลุ่ม นี้ ได้แก่ อาการเจ็บปวด ที่แสนทุกข์ทรมาน

สัญญาณอันตรายอาจเป็นเครื่องหมายของอาการมะเร็งที่ควรรีบไปพบแพทย์

1.มีการเปลี่ยนแปลงของระบบขับถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะ เช่น ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ หรือปัสสาวะเป็นเลือด
2.กลืนอาหารลำบาก หรือมีอาการเสียด แน่นท้องเป็นเวลานาน
3.มีอาการเสียงแหบ และไอเรื้อรัง
4.มีเลือดหรือตกขาวที่ผิดปกติ เช่น มีกลิ่นเหม็น
5.แผลซึ่งรักษาแล้วไม่ยอมหาย
6.มีการเปลี่ยนแปลงของหูดหรือไฝตามร่างกาย
7.มีก้อนที่เต้านมหรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย
8.หูอื้อหรือมีเลือดกำเดาไหล

หากคุณมีอาการมะเร็งหรือปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์อย่างรีบด่วน เพราะการปล่อยให้เวลาผ่านไปเซลมะเร็งจะพัฒนาและเติบโตจนยากต่อการรักษา และหากพบหรือไม่พบมะเร็งก็ดีควรหาทางป้องกันและดูแลสุขภาพปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินทันที เพราะการดูแลสุขภาพนั้นจะเป็นการรักษาและป้องกันไปในตัว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น